camry2.0G 2015

       Toyota camry2.0G 2015 ได้ถูกเปิดตัวขึ้นแล้วในเดือนมีนาคมปี 2015 ที่ผ่านมา การเปิดตัวคัมรี่รุ่นใหม่คราวนี้ได้เพิ่มลูกเล่นเข้าไปอีกมากมาย ทำให้รถยนต์ camry2.0G 2015 นี้เรียกได้ว่ามีออปชั่นที่จัดเต็ม ทุกท่านสามารถดูสเปคของรถยนต์รุ่นนี้ได้จากเวปนี้เลยครับ http://adf.ly/1Ewu1f 




       
       ถ้าหากดูวิดีโอนี้แล้วยังอยากเห็นตัวจริง ก็สามารถเข้าไติดต่อได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศครับ


----------------------------------------------------------------------------------------------


ขอบคุณข้อมูลจาก โตโยต้า




previewคัมรี่ไฮบริต

       ประมวลภาพ previewคัมรี่ไฮบริจ รุ่นปี 2014และรถยนต์พรีอูสไฮบริจของค่ายรถยนต์โตโยต้าที่จำหน่ายในประเทศไทยมาให้ทุกท่านได้ชมกัน


เพื่อจะได้ลองเปรียบเทียบดีไซต์ระหว่างคัมรี่รุ่นปี 2014 และคัมรี่รุ่นปี 2015 ว่าดีไซต์แบบไหนดูดีกว่ากันครับ
ถ้ากดดูวิดีโอไม่ได้ให้กดลิ้งนี้เลยครับ http://adf.ly/1Bq8tH  เมื่อกดไปแล้วให้รอ 5 วินาที คลิ้ก กดข้าม ก็สามารถชมวิดีโอ previewคัมรี่ไฮบริจได้เหมือนกันครับ

       




งานวีโก้แชมป์

       งานวีโก้แชมป์โชว์ถึงถิ่น เมื่อปี 2014 พาพนักงานขึ้นไปเต้นบนเวที มีเวลาให้ซ้อมเต้นไม่มาก แต่ซ้อมเต้นกันจริงๆแค่ 20 นาที ท่าเต้นที่แสดงออกมาจึงเป็นอย่างที่เห็น


    


แบบนี้เรียกว่าอ่อนซ้อมไปหน่อย จำชื่อเพลงไม่ได้ว่าชื่อเพลงอะไร รู้แต่ว่าตอนที่เต้น รู้สึกว่าแต่ละคนจำท่าเต้นได้ประมาณครึ่งเพลง หลังจากนั้นก็มั่วครับ


camry2.0 extremo ปี 2015

       สำหรับ camry2.0 extremo ปี 2015 โฉมใหม่นี้ เป็นโฉมล่าสุด ที่กำลังจะเปิดในเดือนมีนาคม ปี 2015 นี้ ได้มีการเปลี่ยนครั้งใหญ่ คือเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่เครื่องยนต์ ทั้งภายนอกดีไซต์ใหม่ ภายในก็ออกแบบใหม่เช่นกัน และยังมีส่วนอื่นที่เพิ่มเข้าเพื่อให้ดูมีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มาดูกันครับว่าอะไรบ้างที่เปลี่ยนไปจากรุ่นเดิม
 
หรือเข้ามาดูพรีวิว camry2.0extremo ปี 2015 ได้ที่ยูทูปครับ

       อย่างแรกเลยคือเครื่องยนต์ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เครื่องยนต์ของรุ่นเดิมคือ vvt-i แต่สำหรับ camry2.0 extremo ปี 2015 ใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีขื่อเรียกว่า VVT-iw นั่นเองครับ(มีตัว w เพิ่มเข้ามา) คำอธิบายของเครื่องยนต์ระบบนี้คือ " วาล์วไอดีและวาล์วไอเสียแปรผัน พร้อมการเปิดวาล์วไอดีแบบกว้างขึ้น  มีหน้าที่และคุณสมบัติคือ ปรับจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วไอดีและไอเสีย เพื่อให้ส่วนผสมของไอดีกับน้ำมันสามารถเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์และทำให้ไอเสียเผาไหม้หมดจรดยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพการประจุไอดีให้เหมาะสมยิ่งกว่าโดยการปรับช่วงกว้างของจังหวะการเปิดวาล์วไอดี ประเด็นสำคัญก็คือ 
 -ขณะติดเครื่องยนต์วาล์วไอดีจะเปิดปกติ แต่วาล์วไอเสียจะเปิดเร็ว
 - ขณะขับความรเร็วปกติ วาล์วไอดีและไอเสียจะเปิดช้า
 - ขณะขับความเร็วสูง วาล์วไอดีจะเปิดเร็ว ส่วนวาล์วไอเสียจะเปิดช้า
ประโยชน์ที่ได้รับคือ ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ได้กำลังเต็มที่ เพิ่มแรงบิด ประหยัดเชื้อเพลิงและมีมลพิษต่ำ
       นอกจากนี้สิ่งที่ camry2.0 extremo ปี 2015 ได้นำมาเพิ่มเข้าไปและเปลี่ยนใหม่มีดังนี้ครับ
ล้ออัลลอยดีไซต์ใหม่(ล้ออะไหล่ลายเดียวกัน)

 -ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วก็ถูกออกแบบมาใหม่เพื่อให้เข้ากับดีไซต์ตาไฟหน้า และกระจังหน้า     
 - ชุดเสกิตรอบคันถูกดีไซต์ใหม่ตั้งแต่หัวจรดทัาย
 - ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime running light
 - ปลายท่อไอเสียแบบคู่ ใช้งานได้จริงทั้ง 2 ท่อ
 - เหล็กกันโคลงแบบมีโช้ค แบบสปอร์ต เพื่อลดอาการบิดตัว หรือเหวี่ยงตัวขณะที่ขับความเร็วสูง หรือขณะที่เปลี่ยนเลนด้วยความเร็ว
 - ลำโพง JBL 8 ตำแหน่ง + Green edge tech พร้อม Sub woofer และ Power Amp
 - พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มาพร้อมกับ ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย(Paddle Shift)
 - เบาะหนังสีดำแต่เย็บด้ายตะเข็บแดง
 - ภายในสีดำ ลายไม้ตรงคอลโซลหน้าออกแบบลายใหม่
 - มีระบบ เปลี่ยนเป็นเกียร์ธรรมดาคือ Sequential Shift สนุกเร้าใจ เร่งความเร็วได้ตามที่ผู้ขับต้องการ
 - ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
 - ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSC
 - ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TRC
 - ระบบไฟกระพริบขณะที่เบรกฉุกเฉิน หรือเบรกกระทันหัน
 - ระบบสัญาณไฟเตือนผู้ขับขณะที่มีรถอยู่ในมุมบอดด้านข้างตัวรถ BSM
 - ระบบเสียงเตือนผู้ขับขณะที่กำลังจะมีรถวิ่งตัดท้ายรถ กรณีที่ผู้ขับกำลังจะถอยรถออกจากซอง RCTA
 - แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
       สำหรับคนที่อยากรู้ว่าสเปคของรุ่นปี 2014 มีอะไรบ้าง กดดูที่ลิ้งนี้ได้เลยครับ camry2.0 extremo 2014
       ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเดิม รุ่นเดิมของปี 2014 จะไม่มีออปชั่นเหล่านี้ และแน่นอนว่า ราคาสำหรับ camry20 extremo ปี 2015 นี้จะต้องปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ ราคากี่บาท ให้ดูกันในงันงานมอเตอร์โชว์ ในเดือนมีนาคม ปี 2015 ที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ รับรองว่ารถรรุ่นนี้สวยบาดตาบาดใจจนอยากได้เป็นเจ้าของแน่นอนครับ
เซนเซอร์กะระยะรอบคัน 6 จุด, ปลายท่อแบบคู่
กล้องมองหลัง








____________________________________

ขอบคุณข้อมูลจากโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย

camry2.5 ไฮบริต ปี 2015

       camry2.5 ไฮบริต ปี2015 นี้เป็นcamry โฉมใหม่ที่ถูกออแบบมาอย่างลงตัวทั้งภายนอกและภายใน (แต่รูปภาพยังไม่มีเปิดเผยมาให้ดูในตอนนี้นะครับ) แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีรูปภาพให้ดูในตอนนี้ แต่รับรองว่าต้นเดือนมีนาคม ปี 2015 ที่จะถึงนี้ได้เห็นตัวจริง และเป็นอย่างที่ผมพิมพ์ในหน้านี้ไว้อย่างแน่นอนครับ
       สิ่งอำนวยความสะดวกของ camry2.5 ไฮบริต ปี 2015 นี้ ผมจะเริ่มที่รุ่น 2.5 ไฮบริต รุ่นหน้าจอ CD
 - ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Day time running lamp)
 - ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถกำลังจะวิ่งตัดท้ายรถ ขณะผู้ขับกำลังจะถอยรถออกจากซอง
 - ระบบปรับอากาศ Nanoe ที่ไม่ทำให้ผิวแห้ง พร้อมกันนี้ยังช่วยให้เส้นผมและผิมขุ่มชื่นขึ้น
 - ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง คือคู่หน้า หัวเข่าฝั่งคนขับ ม่านด้านข้าง 2 ตำแหน่ง  และด้านข้างอีก 2 ตำแหน่ง
 - ไฟกระพริบขณะเบรกฉุกเฉิน
 - แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย
 - ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตาขณะที่กำลังเปลี่ยนเลน ถ้าหากมีรถกำลังวิ่งขึ้นมาจากด้านข้าง ระบบี้จะเตือนด้วยสัญญาณไฟที่กระจกมองข้าง
 - ระบบนำทางเชื่อมต่อกับโทรศัพท์
 - เบาะนั่งแบบ Smooth Leather
       ทั้งหมดนี้คือ ออปชั่นต่างๆที่เพิ่มขึ้นมาจากโฉมก่อนนะครับ ต่อไปเราไปดูในรุ่น 2.5 ไฮบริต Navi กันบ้างครับว่ามีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาจากโฉมก่อนและเพิ่มขึ้นมาจากรุ่น 2.5 ไฮบริต CD
 - ลำโพง JBL 8 ตำแหน่ง + Green adge tech พร้อม Sub woofer และ Power Amp
 - หน้าจอ DVD มีระบบนำทางพร้อมกล้องมองหลัง
       รุ่นนี้แตกต่างจากรุ่น 2.5 ไฮบริต CD ไม่เยอะนะครับ เพราะจะเปลี่ยนแค่จากจอ CD มาเป็นจอ DVD
       ต่อไปรุ่นสุดท้ายของ camry2.5 ไฮบริต ปี 2015 คือรุ่น 2.5 ไฮบริต Premium (รุ่นท็อป) สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่น 2.5 CD และรุ่น 2.5 DVD มีดังนี้ครับ
 - ระบบควบคุมระยะห่างจากรถคันหน้า
 - ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ถ้าจั้งแกนไฟไว้ที่ ออโต้ เมื่อเราขับรถไปในทางที่มืดมาก ระบบจะเปิดไฟสูงให้อัตโนมัติ แต่เมื่อมีรถวิ่งสวนมาในระยะ 800 เมตร ระบบจะเปลี่ยนเป็นไฟต่ำให้อัตโนมัติ และเมื่อขับรถตามหลังรถคันหน้าในระยะ 600 เมตร ระบบก็ขะเปลี่ยนเป็นไฟต่ำให้อัตโนมัติเช่นกัน
 - ระบบช่วยเตือนเมื่อเผลอขับรถออกนอกเลน โดยจะมีเสียงเตือนขึ้นมา แต่ทั้งนี้ถนนที่ขับจะต้องเห็นเส้นสีเหลือง หรือสีขาวนะครับ ระบบจึงจะสามารถตรวจจับได้
 - ระบบช่วยเตือนก่อนการชน (LDA)ถ้าหากเผลอขับด้วยความเร็วจนลืมสังเกตความห่างจากรถคันหน้า จะมีเสียงเตือนให้ เพื่อให้เหยียบเบรก ถ้าหากผู้ขับยังไม่ยอมเหยียบเบรก ระบบจะเบรกให้เอง แต่ความเสียหายจากการชนจะลดลงเพียง 30% และกรณีที่สาม ถ้าหากผู้ขับเหยียบเบรกด้วย จะช่วยลดความเสียหายจากการชนถึง 60%
       ท่านที่สนใจรายละเอียดว่ารุ่นเดิมมีความแตกต่างจากรุ่นใหม่นี้อย่างไรบ้าง ท่านสามารถเข้ามาดูได้ที่ เสปคของ camry 2.5 ไฮบริต ได้เลยครับ เพื่อจะได้รู้ว่ารุ่นเดิม มีความแตกต่างจากรุ่นใหม่นี้อย่างไรบ้าง เพราะสิ่งที่ท่านได้อ่านอยู่หน้านี้มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของออปชั่นทั้งหมดที่มีอยู่ใน camry2.5 ไฮบริตปี 2015 เท่านั้นเองครับ




-------------------------------------------------------------------------------

camry2.5G ปี2015

       camry2.5G ปี2015 นี้เป็นรถcamry โฉมใหม่ที่ทางโตโยต้ากำลังจะเปิดตัวในเดือนมีนาคมปี 2015 ที่จะถึงนี้ ซึ้งจะมีรูปร่างการดีไซต์ที่ใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดท้าย หน้าตาของรถรุ่นนี้จะเป็นยังงัยนั้นต้แงรอดูในวันเปิดตัวที่งานมอเตอร์โชวน์ในเดือนมีนาคม 2015 นี้นะครับ ลูกเล่นและออปชั่นที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถือว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมมาเยอะมากแบบที่คู่แข่งยังต้องชิดซ้าย
       สำหรับเครื่องยนต์  camry2.5G ปี2015 นี้ มีน้ำหนักเบา ขนาดกระทัดรัด แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 133kw/6000 rpm และแรงบิดสูงสุด 231n-m/4100 rpm ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นคือสมรรถนะที่วางใจได้ เครื่องยนต์เดินเรียบและเสียงรบกวนต่ำ ซ่อมบำรุงง่าย ประหยัดเชื้อเพลิง ไอเสียมีมลพิษต่ำ ได้มาตรฐานยูโร 4
 - กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัย 2 ชั้น พร้อมคุณสมบัติในการกรองแสงที่ยอมให้แสงผ่านได้เพียง 70%
 - กระจกมองข้างไฟฟ้า มีไฟดลีเยว ปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติในขณะที่ล็อกรถ พร้อมระบบ ไฟเตือนขณะที่มีรถวิ่งตามมาในมุมอับสายตา เพื่อช่วยป้องกันการเฉี่ยวชนขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเลนส์
 - ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรก ABS ระบบ กระจายแรงเบรก EBD และเสริมแรงเบรก BA 
 - กระจกหน้าต่างปรับขึ้น- ลงแบบอัตโนมัติทั้ง 4 บาน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ สามารถควบคุมได้จากนอกตัวรถได้ด้วยกุญแจรีโมทหลังจากดับเครื่องยนต์ในเวลา 43 วินาที
 - ระบบ VSC ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง
 - ระบบ TRC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว
 - ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
 - ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ลูก
 - ม่านยังแดดหลัง มีรูเพื่อให้แสงลอดผ่านได้เล็กน้อย ไม่ทำให้มืดจนเกินไป
 - ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเบรกดวงที่สาม ไฟส่องป้ายทะเบียน ทำจากหลอด LED ทั้งหมด จึงช่วยประหยัดพลังงาน ประหยีดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอดไฟ 
 - ไฟเบรกฉุกเฉิน มีระบบไฟกระพริบในขณะที่เบรกกระทันหัน
 - ระบบ RCTA ระบบตรวจสอบรถที่จะวิ่งผ่านท้ายรถ โดยจะมีไฟและเสัยงเตือนผู้ขับว่ากำลังมีรถวิ่งตัดท้ายรถ เพื่อป้องกันการถอยรถมาชนกับรถที่กำลังวิ่งผ่านท้ายรถ
 - จอแสดงผล TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง แสดงภาพพร้อมกล้องมองหลัง
 - แท่นชาร์จโทรศัพท์มือแบบไร้สาย
 - ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (day time runing lamp)
 - ม่านหน้าต่างแถวหลัง
 - ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
 - ลำโพง JBL 8 ตำแหน่ง พร้อม Green adge tech และ Sub woofer และ Power amp
 - ล้ออะไหล่เป็นล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เท่ากับขนาดยางที่ใช้งานจริง
 - เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
 - พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ระดับคือ สูง ต่ำ ใกล้ ไกล
 - ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยก 2 โซน
 - เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (paddle shift)
 - บลูทูธ ปุ่มรับ วางสายที่พวงมาลัย
 - ระบบโทรออกด้วยเสียง
 - สัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS
 - กุญแจ Immobilizer
 - กดปุ่มสตาร์ท
 - เซนเซอร์มุมกันชนทั้ง 4 มุม และเซนเซอร์ถอยอีก 2 จุด
       นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ camry2.5G ปี 2015 เท่านั้นนะครับ นอกจากนี้รูปลักษณ์ดีไซต์จะเปลี่ยนใหม่หมด ตั้งแต่หัวจรดท้าย ที่รับรองว่าสวย หรูหรามีระดับมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับเรื่อง ก็จะมีสีใหม่เพิ่มเข้ามา เพื่อให้เหมาะกับดีไซต์ของรถ ต้นเดือนมีนาคม 2558 นี้ได้ชมตัวจริงแน่นอนครับ







camryไมเนอร์เชนจ์2015

      สำหรับใครหลายๆคนที่เคยเปรียบเทียบรถคัมรี่ของโตโยต้ากับยี่ห้ออื่นๆก็ตาม อาจจะต้องพบกับความผิดหวังในเรื่องของสเปคของคัมรี่ ว่าทำไมออปชั่นหรือลูกเล่นถึงมีน้อยกว่ายี่ห้ออื่นๆ แต่จากนี้ไป ค่ายรถยนต์โตโยต้าจะทำการเปิดตัว คัมรี่รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เรียกว่าจัดเต็มแบบทุกอนู "camryไมเนอร์เชนจ์2015"
       ทุกอย่างที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ จะยกตัวอย่างในเครื่องยนต์รุ่น 2.0G ที่เป็นรุ่นเริ่มต้นก่อนนะครับ รุ่นใหม่นี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ตัวใหม่ ที่มีการพัฒนาในเรื่องสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ลงตัวในทุกด้าน ทั้งความประหยัดเชื้อเพลิง มลพิษต่ำ กำลังและแรงบิดที่สูงขึ้นกว่าเดิมช่วยออกตัวไม่อืด เครื่องเดินเงียบและการสั่นสะเทือนต่ำ อีกทั้งยังผ่านมาตรฐานยูโร 4 สามารถใช้เชื้อเพลิง E20 ให้กำลังได้สูงสุดถึง 123kw/6500rpm พร้อมแรงบิดสูงสุด 199nm/4600 และประกอบด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเช่น วาล์วแปรผันแบบเปิดกว้างพิเศษด้านไอดีมีชื่อใหม่ที่เรียกว่า VVT-IW และแบบแปรผันด้านไอเสียพร้อมระบบฉีดเชื้อเพลิงด้วยระบบฉีดตรงเวอร์ชั่นสูง ซึ่งได้ติดตั้งหัวฉีดไว้ในท่อร่วมไอดีและห้องเผาไหม้มีชื่อเรียกใหม่ว่า D4S เพื่อปรับการฉีดเชื้อเพลิงให้เหมาะสมมากที่สุด
       สำหรับสเปคลูกเล่นของ camryไมเนอร์เชนจ์2015 ขอยกตัวอย่างแค่เฉพาะรุ่น 2.0G ก่อนนะครับ รายละเอียดมีดังนี้ครับ
 - ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ และควบคุมการเปิดปิดอัคโนมัติ พร้อม ไฟเดย์ทาม รันนิ่ง ไลท์ (daytime running light)
 -กระจกบังลมหน้าแบบอัตซ้อนนิรภัย 2 ชั้น พร้อมคุณสมบัติในการกรองแสงที่ยอมให้แสงผ่านเข้าไปได้เพียง 70% ส่วนบานอื่นไม่ได้อัดซ้อนแต่ก็ยอมให้แสงผ่านได้ 70% เช่นกันครับ
 - กระจกหน้าต่างเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติทั้ง 4 บานพร้อมระบบป้องกันการหนีบ และสามารถควบคุมได้จากนอกตัวรถด้วยกุญแจรีโมท และยังสมารถเลื่อนลง-ขึ้นได้ทั้ง 4 บานหลังจากที่ดับเครื่องไปแล้วไม่เกิน 43 วินาที
 - กระจกมองข้าง ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์แต่ยังให้การมองเห็นที่ชัดเจนเพื่อการควบคุมรถที่ปลอดภัย พร้อมระบบไฟเตือนเมื่อมีรถวิ่งตามหลังมาและกำลังจะแซงโดยที่ผู้ขับมองไม่เห็น(BSM) จะมีไฟเตือนขึ้นมาจากทางด้านที่รถจะแซง, และเมื่อเข้าเกียร์ถอย กระจกมองข้างจะปรับมุมมองให้ต่ำลงแบบอัตโนมัติทั้ง 2 ข้างเพื่อให้มองเห็นฟุตบาทเหนือสิ่งขีดขวางทั้ง 2 ฝั่ง
 - ดิสก์เบรก 4 ล้อทุกรุ่น พร้อมระบบเสริมแรงเบรก และระบบกระขายแรงเบรก
 - ระบบ VSC ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ทั้งการควบคุมกำลังเครื่องยนต์ และการเบรกของแต่ละล้อ ซึ่งระบบจะตรวจสอบทราบได้จากมุมองศาของพวงมาลัย แรงเหวี่ยงของรถ และความเร็วในการหมุนของแต่ละล้อเปรียบเทียบกัน
 - TRC ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว หรือการเร่งแซง
 - ถุงลมนิรภัย 4 ลูก เพิ่มจากโฉมปัจจุบัน 2 ลูก
 - ม่านบังแดดปรับด้วยระบบไฟฟ้าให้ความสว่างที่กำลังดีไม่ทำให้มืดจนเวียนหัว หรือรู้สึกอึดอัด
 - ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเบรกดวงที่สาม ไฟส่องป้ายทะเบียน เป็นแบบ LED ทั้งหมด
 - ไฟเบรกฉุกเฉิน เมื่อมีการเบรกแบบกระทันหัน ไฟเบรกด้านท้ายจะกระพริบ เพื่อให้สัญญาณแก่คนที่ขับรถตามหลังได้ชัดเจน
 - ระบบ RCTA(Rear Cross Traffic Alert)เป็นระบบใหม่ล่าสุด จะติดเซนเซอร์ไว้ที่มุมกันชนท้าย จะตรวจสอบรถที่กำลังเคลื่อนผ่านด้านท้ายรถขณะที่ผู้ขับกำลังจะถอยรถออกจากซอง จะช่วยไม่ให้เกิดการชนขณะถอยรถได้โดยจะมีเสียงเตือน เมื่อมีรถกำลังจะวิ่งตัดทัายรถของเรา
 - ฝาทัายรถสามารถเปิดได้ 3 วิธีคือ 1. เปิดจากกุญแจรีโมท. 2. เปิดจากตำแหน่งเปิดที่ใต้เบาะนั่งฝั่งคนขับ.  3. สามารถเปิดที่ฝากระโปรงหลังได้เลยครับ
 - กดปุ่มสตาร์ท และ Smart Entry ระบบล็อกและปลดล็อกประตูอัตโนมัติ
 - เบาะหนัง เป็นหนังแบบใหม่ที่มีความนุ่มกว่าเดิม ปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ทั้งฝั่งคนขับและข้างคนขับ
 - HAC ระบบป้องกันรถไหล ขณะออกตัวบนทางลาดชัน โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกให้แน่นเหมือนแต่ก่อนแล้ว
 - ระบบปรับอากาศแยกได้ 2 โซน พร้อมเทคโนโลยี "NANOE"ฟอกอากาศให้บริสุทธ์ จะทำให้เส้นผมและผิวมีความชุ่มชื่น ไม่แห้งกังเหมือนอย่างของคู่แข่งครับ
 - ระบบชาจแบตเตอรี่โทรศัพท์แบบไร้สาย!!!

       ทั้งหมดยังเป็นเพียงการยกตัวอย่างcamryไมเนอร์เชนจ์2015 แค่รุ่น 2.0G เพียงรุ่นเดียวนะครับ ซึ่งรูปร่างหน้าตา ทั้งภายนอกและภายในได้ถูกออกแบบมาใหม่หมดทั้งคัน ต้นเดือนมีนาคมปี 2558 นี้เตรียมพบกับการเปิดตัวของ camryไมเนอร์เชนจ์2015 ได้เลยครับ และยังมีเซอร์ไพส์รถยนต์ตระกูลหรูอีกหนึ่งรุ่น ให่ทุกท่านได้ตื่นตาตื่นใจอีกแน่นอน




--------------------------------------------------------------------------

ยาริสTRD

       ยาริสTRD ปี 2015 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจากทางค่ายรถยนต์โตโยต้า เป็นรถที่ตกแต่งเพื่อความสปอร์ตและสวยงามที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่โดดเด่นหลายอย่าง ซึ่งจะอยู่แค่รุ่นเดียวเท่านั้น มีชื่อเรียกว่า ยาริสTRD Sportivo ราละเอียดของเสปครุ่นี้มีดังนี้ครับ
       ยาริสTRD Sportivo ใหม่ ปี 2015 ราคา 629,000 บาท เริ่มต้นที่ระบบเครื่องยนต์กันก่อนเลยครับ
    เครื่องยนต์
  -รุ่น/แบบ.           3NR-FE / 4สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual vvt-i
  -ปริมาตรกระบอกสูบ.  1,197 CC
  -กำลังสูงสุด กิโลวัตต์(แรงม้า) / รอบต่อนาที.    63(86PS) / 6,000
  -แรงบิดสูงสุด นิวตัน-เมตร/ รอบต่อนาที.           108 (11.0กก - เมตร) / 4,000
    ระบบขับเคลื่อนและระบบกันสะเทือน
  -แบบอัตโนมัติ Super Cvt-i พร้อม Shift lock
  -ระบบกันสะเทือนหน้า.     แมคฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง
  -ระบบกันสะเทือนหลัว.     ทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยสปริงและเหล็กกันโคลง
  -ระบบเบรก หน้า/หลัง.     ดิสก์/ดรัม
  -ล้ออัลลอย 15 นิ้วลายพิเศษเฉพาะรุ่นยาริสTRD
    อุปกรณ์ภายนอก
  -ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
  -ไฟท้ายแบบ LED
  -กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ
  -กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
  -มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
  -มีสปอยเลอร์ คิ้วกันกระแทกด้านข้าง และแผ่นซับเสียงเครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงหน้า
  -ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้
  -สวิตต์เปิดฝาท้ายแบบไฟฟ้า
    อุปกรณ์ภายใน ภายในรถสีดำ

  -วัสดุตกแต่งแผงคอลโซลหน้าและวัสดุตกแต่งแผงประตูเป็นสีดำเปียโนแบล๊ค
  -วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้า, มือเปิดประตูด้านใน, วัสดุตกแต่งฐานเกียร์ เป็นสีเงิน
  -เบาะหนังสีดำเดินด้ายสีขาว
  -เบาะหลังแยกพับได้ 60:40
  -พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS  ปรับระดับสูงต่ำได้ พร้อมหุ้มหนังตกแต่งด้วยแถบสีเงิน
  -หัวเกียร์หุ้มหนังตกแต่งด้วยแถบสีเงิน
  -กระตกหน้าต่างไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านคนขับ
  -มีแผงปิดห้องสัมภาระท้ายรถ, ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า, ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง

    มาตรวัดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
  -มาตรวัดแบบ Analog พร้อมไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด Eco mode
  -กุญแจรีโมท
  -ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  -ไฟในห้องโดยสาร
  -กระจกมองข้างปรับดเวยไฟฟ้า
    ระบบความปลอดภัย
  -ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  -ระบบเบรก ABS เสริมแรงเบรก BA ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  -เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ
  -ไฟตัดหมอกหน้า
  -ไฟเบรกดวงที่สาม , เซนทรัลล็อก , ระบบลายฝ้ากระจกหลัง
  -กุญแจนิรภัย Immobilizer
  -ระบบเตือนการโจรกรรม TDS
    อุปกรณ์พิเศษที่มีเฉพาะรุ่นยาริสTRD Sportivo
  -เสกิตรอบคัน ซ้าย ขวา หน้า หลัง
  -สัญลักษณ์ TRD Sportivo ด้านหน้าและด้านท้ายรถ
  -สติ้กเกอร์ TRD Sportivo ดเานข้างรถ
  -ปลายท่อแบบสปอร์ต
  -พรมปูพื้น
  -เครื่องเสียง 2DIN แบบDVD /CD /MP3 /MP4 /WMA ช่องต่อ USB / HDMI / SD-CARD / Bluetooth / รองรับสมาร์ท G-Book.
  -เซนเซอร์ถอย 2 จุด

       สำหรับยาริสTRD Sportivo 2015 นี้เป็นรุ่นที่นำเอายาริสรุ่น1.2Eจากรุ่นปกติมาทำการตกแต่งเพิ่มเติมในส่วนต่างๆเข้าไปด้วยกันหลายส่วนท่านสามารถอ่านเสปคจากรุ่นปกติเพื่อเทียบเคียงกับรุ่นยาริสTRD นี้ได้ครับ ว่ามันแตกต่างกันที่ตรงไหนบ้าง ทำไมราคามันถึงต่างกันถึง 80,000 บาท เพราะรุ่น1.2E ราคาจะอยู่ที่ 549,000 เท่านั้น สามารถเข้าไปอ่านดูได้จากลิ้งที่อยู่ในย่อหน้านี้เลยครับ 




--------------------------------------------------------------------------------------------


ข้อมูลจากโตโยต้า

แคมเปญรถยนต์โตโยต้าปี58

       สำหรับใครที่ต้องการจะออกรถ หรือจะทำเรื่องจองรถยนต์โตโยต้ารุ่นใดก็ได้ในเดือนเมษายนปี 58 นี้นะครับ ตอนนี้มีแคมเปญต้อนรับปีใหม่ ให้กับคนที่รักรถและอยากได้รถยนต์ของโตโยต้ามาเป็นเจ้าของ ซึ่งแคมเปญรถยนต์โตโยต้าปี58ของเดือนเมษายนนี้นี้ มีทั้งส่วนลดของแถมมากมาย
       แคมเปญรถยนต์โตโยต้าปี58 นี้สำหรับเดือนเมษายนเท่านั้นเริ่มต้นที่รุ่น
 1. ยาริสทุกรุ่น มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 40,000 บาท 
 2. วีออสทุกรุ่น มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 60,000 - 68,000 บาท 
 3. โคโรลลาอัลติสทุกรุ่น(ยกเว้น1.6 cng) มีวงเงินส่วนลดของแถม40,000 บาท 
     -โคโรลลาอัลติส 1.6E CNG 45,000 บาท 
 4. คัมรี่รุ่น 2.0G และ 2.0G EXTREMO ปี 2015มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 30,000 บาท
     -คัมรี่รุ่น 2.5G มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 40,000 บาท
     -คัมรี่รุ่น 2.5 HV(ไฮบริจ) มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 40,000 บาท 
    **คัมรี่2.0G ปี 2014(โฉมปัจจุบัน) ส่วนลดของแถมอยู่ในวงเงิน 95,000 บาท**
 5. รถกระบะวีโก้ตอนเดียวทุกรุ่น มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 85,000 บาท 
 6. วีโก้สมาร์ทแคปทุกรุ่นมีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 75,000 บาท 
 7. วีโก้ 4 ประตูทุกรุ่นมีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 85,000 บาท 
 8. ฟอร์จุนเนอร์ทุกรุ่น มีวงเงินส่วนลดของแถม อยู่ที่ 95,000 บาท
      เอกสารที่ต้องใช้ในวันจองรถ มี
 1. สำเนาบัตรประชาชน 3 ใบ ถ้าหากซื้อด้วยเงินสด ให้เตรียมสำเนาทะเบียนบ้านมาด้วย
 2. เงินจองรถยนต์ 3,000-10,000 บาท และแต่รุ่นครับ
       เอกสารที่ใช้ในวันทำสัญญากับไฟแนนซ์
 1. สำเนาทะเบียนบ้าน 3 ใบ
 2. สำเนาบัตรประชาชน 3 ใบ
 3. สมุดเดินบัญชีอัพเดทมาให้ถึงปัจจุบัน
 4. คนที่ทำงานประจำใช้สลีปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
 5. สำหรับคนที่ค้าขาย ใบเสียภาษี เอกสารอะไรก็ได้ที่แสดงตัวตนว่าคุณเป็นเจ้าของรัาน หากมีใบจดทะเบียนการค้าก็ให้เตรียมมาด้วยครับ
      แคมเปญรถยนต์โตโยต้าปี58 เฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์นี้ผมจะพูดถึงแต่เฉพาะรุ่นหลักๆที่ขายดีเท่านั้นนะครับ หากใครสนใจรุ่นอื่นนอกจากนี้ให้สอบถามมาทางคอมเม้นได้ครับ ส่วนเรื่องของแถม สามารถตกลงกันได้ในวันที่ทำสัญญาจองรถยนต์




------------------------------------------------------------

โคโลราอัลติส2014

       โคโลราอัลติส2014 เป็นรถยนต์ของโตโยต้าที่เพิ่งเปิดตัวออกมาล่าสุดเมื่อปี 2014 มีความแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัดทั้งภายนอกและภายใน หากใครอยากรู้รายละเอียดว่าโคโลราอัลติส2014 มีสิ่งใดที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิมบ้าง เชิญศึกษาดูได้เลยครับ

       โคโลราอัลติส2014นี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่หลายสงสัยว่านอกจากรูปลักษณ์ที่เห็นแล้ว มันต่างจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง มาศึกษาข้อมูลเชิงลึกและคำถามที่หลายคนสงสัยกันเลยครับ 
 1. ขนาดมิติของโคโลราอัลติส2014นี้ ทั้งภายนอก ภายในและห้องเก็บสัมภาระท้ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไรบ้าง
  คำตอบข้อคือ ความยาวรถเพิ่มขึ้น 80 มิลลิเมตร ความกว้างตัวรถเพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร ฐานล้อกว้างขึ้นอีก 100 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงหลังคาลดลง 5 มิลลิเมตร ความจุสัมภาระด้านท้ายลดลง 5 ลิตรคือ จากเดิม 475ลิตร เหลือ 470 ลิตรครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มีผลต่อการเก็บสัมภาระเลยครับ เพราะถือว่าลดลงน้อยมาก
 2. สีกระจังหน้าของรุ่น 1.8Esport เรียกว่า Gun Matallis (กัน เมทัลลิค)
 3. คอนโซลหน้าของรุ่น 1.8V(ตัวท็อป) เรียกว่า Cyber Cabon(ไซเบอ คาร์บอน) สีน้ำตาลพร้อมบุด้วยวัสดุแบบนุ่ม
 4. กุญแจรีโมทของรุ่น 1.8V(รุ่นท็อป) เรียกว่า Smart Key(สมาร์ทคีย์) มาพร้อมกับระบบ Smart Entry(สมาร์ท เอนตรี้)
 5. กุญแจรีโมทรุ่น 1.6G เรียกว่า Jack Knife Key(แจ๊คไน้คีย์)
 6. เรือนไมล์รุ่น 1.8V เรียกว่า Optitron(ออปติตรอน) พร้อม TFT
 7. ถ้าพูดถึงเรื่องความประหยัดน้ำมันโคโลราอัลติส2014 แล้วมาศึกษาดูครับ ว่าทำไมถึงเรียกว่าเป็นรถที่เน้นความประหยัดน้ำมัน  นั่นเป็นเพราะว่าโคโลราอัลติส2014 ใช้เครื่องยนต์ Dual VVT-i พร้อมเกียร์ Super CVT-i แบบ 7 สปีดในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ อีกทั้งยังออกแบบมาโดยการคำนึงถึงการควบคุมน้ำหนักและลดน้ำหนักตัวรถ เป้าหมายก็เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมีการออกแบบตัวรถให้ลู่ลมเพื่อลดแรงเสียดทานของอากาศโดยมี "ฟิน แอโรไดนามิค"(Fin Aerodinamic) ซึ่งจะทำให้ค่าสัมประสิทแรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.296 ส่งผลให้รถมีความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นด้วยครับ
 8. ส่วนคุณสมบัติและข้อดีของเกียร์super cvt-i ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติมีดังนี้ครับ
 - เป็นเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด แบบใหม่พร้อม Sequencial shift(ซีเควนชเลชิพ) ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติทุกเกรดรุ่น ส่วนในรุ่น 1.8Esport และรุ่น 1.8V พร้อม Padleshift(พาเดิ้ลชิพ) ที่พวงมาลัย ซึ่งระบบเกียร์ทั้งหมดนี้มีข้อดีคือ ให้การขับขี่นุ่มนวลไร้อาการกระตุก ตอบสนองทุกช่วงความเร็วได้ทันใจ และประหยัดน้ำมันครับ
 9. คุณสมบัติและขัอดีของรุ่น CNG ได้ทำการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เป็นแบบ Dual VVT-i พร้อมเกียร์ Super VVT-i 7 สปีดเช่นกัน ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง14.3% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม และยังปรับเปลี่ยนชุดหัวฉีดก๊าซใหม่ ส่งผลให้หัวฉีดไม่อุดตัน และยังได้รวมกล่อง ECU เป็นกล่องเดียวกันเพื่อรวดเร็วและความแม่นยำในการสั่งงาน
 10. เมื่อเทียบอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันแล้วจากการทดสอบจากรุ่น 1.8 แล้วปรากฏว่า
ถ้าเติมน้ำมัน E10 จะประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 15.57 กิโลเมตรต่อลิตร
E20 จะประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 14.51 กิโลเมตรต่อลิตร
E85 จะหยัดเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 10.90 กิโลเมตรต่อลิตร
และสุดท้ายครับ ความดังในห้องโดยสารคิดได้เป็น 61.53 เดซิเบล

       ข้อมูลโคโลราอัลติส2014 ที่ผมได้นำเสนอมานี้ ยังมีอะไรให้ท่านได้เรียนรู้ถึงเสปคของรถยนต์รุ่นนี้อีกครับ ซึ่งจะมีทั้งรุ่น 1.6 J ถึง 1.6G และรุ่น 1.8E ถึง 1.8V และนอกจากนี้ยังมีรุ่น 1.8Esport ซึ่งเป็นรุ่นที่ตกแต่งชุดแต่งไว้อย่างครบครัน แต่ละรุ่นก็มีออปชั่นให้ท่านเลือกใช้งานได้อย่างหลากหลาย ท่านสามารถเข้าไปศึกษาเสปครถตามลิ้งที่ผมได้ให้ไว้ได้เลยครับ




-------------------------------------------------------------

ข้อมูลจากโตโยต้ามอเตอร์

จุดเด่นของยาริสรุ่นล่าสุด

       ยาริสรุ่นล่าสุดนี้มีจุดเด่นที่เหนือกว่าในบรรดารถ Eco car ด้วยกันอยู่หลายจุด หรือแม้แต่เมื่อเทียบกับรถในขนาดเครื่องยนต์ 1.5 บางยี่ห้อ ยาริสของโตโยต้าขนาดเครื่อง 1.2 ก็ยังมีความได้เปรียบอยู่เหมือนกัน เรามาดูกันครับว่า จุดเด่นของยาริสรุ่นล่าสุดนี้ มีจุดเด่นอะไรบ้าง

       จุดเด่นของยาริสรุ่นล่าสุดนี้ เมื่อเทียบกับรถ Eco car ในขนาดเดียวกันจะเห็นได้ว่า
 1. ของ ซูซูกิ สวิพ (Swiftคือ เบาะหลังจะนั่งไม่สบาย หลายคนบอกว่ารู้สึกอึดอัด ห้องเก็บของด้านหลังเล็กที่สุด ช่วงล่างแข็ง กระแทกแรง และหากเปลี่ยนแบบกระทันหัน โอกาสที่จะเสียการควบคุมการทรงตัวจะง่ายมาก รถอาจสะบัดได้
 2. อัลดมรา(Almara) แม้ว่ารถจะมีขนาดใหญ่ก็จริง แต่ว่าอืดมาก อันนี้ผมถามจากผู้ใช้หลายคน ก็พูดแบบนั้น แถมเครื่องยนต์ก็ล้าสมัย 3 สูบ 12 วาล์ว
 3. เลือก มาร์ช (March) ก็เก่สเกินไป เครื่องยนต์ก็เป็นตัวเดียวกันกับ อัลเมร่า(Almara) 3 สูบ 12 วาล์ว
 4. ถ้าเลือกของมิตซูบิชิ มิราช(Mirage) และ แอตทราด (Attrage) ก็ล้าสมัยเหมือนกัน ทั้งในเรื่องของยนต์ 3 สูบ ถึงว่าอัตราการเร่งจะดี เพราะเนื่องจากว่ารถมีน้ำหนักเบามาก แต่ทว่าโครงสร้างรถก็ไม่แข็งแรง และการบุเพื่อเก็บเสียงก็น้อย ทำให้ห้องโดยสารมีเสียงดังน่ารำคาญ  และการยึดเกาะถนนก็ยังไม่ดี เบาะนั่งก็แข็ง และนูนขึ้นมา ทำให้นั่งไม่กระชับตัว จะทำให้เมื่อยล้าได้ง่าย(อันนี้ผมก็ถามจากผู้ใช้จริงมาแล้วเหมือนกัน) 
 5. สุดทัาย ฮอนด้า บรีโอ(Brio) และ  อเมช (Amaze) คุณภาพการผลิตค่อนข้างต่ำ และยังได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อน้อยมาก ( ถ้าไม่เชื่อก็ดูเอาตามท้องถนนก็ได้ครับ ว่าวิ่งกันเกลือ่นถนนมั้ย) 
       คราวนี้มาดูจุดเด่นของยาริสรุ่นล่าสุดนี้กันบ้างครับ ว่ามีเหนือว่าในเรื่องอะไรบ้าง
      ยาริสรุ่นใหม่นี้ มีมาตรฐานการผลิตและด้านความปลอดภัยที่ดีกว่า เครื่องยนต์ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ล้าสมัย ให้สมรรถนะที่เพียงพอ และประหยัดน้ำมันเหมือนกัน สมรรถนะในด้านอื่นๆก็ดีกว่าในทุกยี่ห้อที่กล่าวมาคือ
 - ความเงียบในห้องโดยสาร เพราะกระจกบังลมหน้าของยาริส เป็นแบบ อะคูสติกกลาส ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี ซึ่งกระจกชนิดนี้ตามจริงแล้วจะมีอยู่แต่ในรถที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น
 - ความนุ่มนวลของช่วงล่าง
 - การทรงตัวที่ดีกว่า เพราะเนื่องจากว่ารถมีขนาดที่ยาวกว่า จึงทำให้ขณะเปลี่ยนเลนแบบเร็วๆ การที่รถจะสะบัดหรือจะเสียหลัก จะมีน้อยกว่าพวกรถที่มีขนาดสั้นๆ
 - การบังคับควบคุมให้ความมั่นคงมากกว่า เพราะเนื่องจากพวงมาลัยเป็นแบบพาวเวอร์ไฟฟ้า เมื่อขับชัา พวงมาลัยจะเบา แต่เมื่อขับเร็ว พวงมาลัยจะหน่วงขึ้นตามความเร็วของรถ เพื่อไม่ให้รถเสียหลักได้ง่าย
 - และที่สำคัญคือ เบรกได้มั้นใจกว่า ถ้าลองมาทดลองขับยาริสเสร็จแล้ว ลองไปทดลองขับของยี่ห้ออื่นดูซักยี่ห้อหนึ่งคุณจะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยครับ ไม่เชื่อลองดูได้เลย
 - มีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่กว่าในประเภทรถ 5 ประตู ของEcocar พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างกว่า พื้นที่เก็บของด้านหลังก็กว้างและยาวกว่า 
- ส่วนเครื่องยนต์ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี Dual-vvti และเกียร์เป็นแบบแปรผันต่อเนื่อง super Cvt-i 

       สรุปแล้ว จุดเด่นของยาริสรุ่นล่าสุดนี้มีทั้งสมรรถนะที่เหนือกว่า  แม้เครื่องยนต์จะมีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนแต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีจึงทำให้มีกำลังเพียงพอ และที่โดดเด่นมากๆเลยคือ ความนุ่มนวลในการขับขี่ การทรงตัวที่ยอดเยี่ยม การบังคับควบคุมที่ง่าย ห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษ และประสิทธิภาพในการเบรกที่ยอดเยี่ยมกว่ายี่ห้ออื่น
ฝากไว้อีกอย่างนึงครับ ซื้อรถอย่าดูที่ความสวย หรืออย่าดูเพียงแค่ว่าเค้ามีออปชั่นมาให้ครบ แต่ให้ดูที่เรื่องความปลอดภัยเป็นหลักครับ เพราะออปชั่นนั้น เราสามารถมาแต่งเติมได้ แต่ว่าความปลอดภัยที่มีมากับรถ เราไม่สามารถมาแต่งเติมได้ครับ


---------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลจาก โตโยต้า




การเติมน้ำมันให้ประหยัดน้ำมัน

       การเติมน้ำมันให้ประหยัดน้ำมันแบบสุดๆ นี้ จริงๆแล้วมันก็เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่หลายๆคนมองข้ามตรงนี้ไป ถึงแม้ว่าช่วงที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่นั้น น้ำมันแก๊สโซฮอล91 จะเหลือแค่ลิตร 28.30 บาทก็ตาม แต่ราคามันก็เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง 
       ผมเชื่อว่าคนที่มีรถยนต์ขับ ย่อมต้องมีเงินเติมน้ำมันอยู่แล้ว จึงไม่คิดที่จะช่วยกันประหยัดน้ำมัน เพราะตัวเองก็มีเงินเติมน้ำมันอยู่แล้ว แต่ถ้าคิดให้ดีๆนะครับ ประเทศชาติรณณงค์ให้ประหยัดน้ำมัน คือเค้าต้องการให้เราใช้น้ำมันให้น้อยๆเท่าที่จะทำได้ ช่วยกันทุกคน อัตราการเติมน้ำมัน และการสิ้นเปลืองน้ำมัน เมื่อรวมกันหลายๆคนแล้ว เราก็จะช่วยให้ชาติประหยัดพลังงานได้ครับ ถึงแม้เราจะรู้ตัวเองดีว่าเรามีเงินเติมน้ำมันอยู่แล้วก็ตาม เอาหละครับ คราวนี้เรามาดูกันครับว่าการเติมน้ำมันให้ประหยัดน้ำมัน ต้องเติมยังไง
1. เติมน้ำมันตอนเช้าตรู่ครับ อุณภูมิที่พื้นดินมีความชื้นสูง
และเมื่อพื้นดินยิ่งเย็น น้ำมันก็ยิ่งควบแน่น แต่เมื่ออุณภูมิ
เพิ่มขึ้น น้ำมันก็จะยิ่งขยายตัวตามไปด้วย ทำให้ได้น้ำมันมาก
แนะนำให้เติมน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หรือไม่ก็ก่อน 8 โมงก็ได้ครับ
จะทำให้ได้น้ำมันมากขึ้นถึง 3%
2. ไม่เติมน้ำมันเต็มถัง  เพราะจะทำให้รถต้องบรรทุกน้ำมัน
หนักมากเกินไปเปลืองน้ำมันเปล่าๆ เติมบ่อยหน่อย ดีกว่า
เติมมากแต่เสียประโยชน์ครับ
3. ไม่เติมตอนรถถ่ายน้ำมัน เพราะสิ่งแปลกปลอมที่ตกตะกอน
อยู่ก้นถังจะถูกปั่นจนลอยตัวขึ้นมา หากเติมน้ำมันช่วงนี้
สิ่งแปลกปลอมจะเข้าสู่รถของคุณได้ครับ
4. ต้องเติมตามอ๊อกเทนที่กำหนดนะครับ ควรเติมน้ำมันตาม
ค่าอ๊อกเทนที่กำหนดไว้ในคู่มือจะช่วยให้ประหยัดได้เหมือนกันครับ

       การเติมน้ำมันให้ประหยัดน้ำมันนั้น มันก็เป็นแค่เพียงส่วนเล็กๆอีกส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ส่วนที่เหลืออีกเกินครึ่งนั้นขึ้นอยู่กับการขับขี่ของเราด้วยนะครับ การออกตัวก็ค่อยๆเหยียบคันเร่ง(ถ้าไม่จำเป็นต้องออกตัวเร็ว) เพราะการออกตัวแรงๆนี่แหละจะกินน้ำมันมากกว่าการขับขี่แบบปกติ รู้แบบนี้แล้วคนที่ต้องการประหยัดน้ำมัน ก็ลองทำตามดูนะครับ

----------------------------------------------------------------

ขอบคุณข้อมูลจากโตโยต้า

ทำไมรถติดแก๊สถึงไฟไหม้

       ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของรถที่ติดตั้งแก๊ส ไม่ว่าจะเปนแก๊ส LPG หรือ แก๊ส NGV ถึงจะรู้ก็อาจจะรู้น้อยกว่าช่างที่ติดตั้ง ช่างที่ติดตั้งแก๊สรถยนต์เหล่านี้เค้าจะรู้วิธีการทำงานอย่างละเอียด ซึ่งวันนี้ ผมจะนำเอาสาเหตุที่ว่า ทำไมรถติดแก๊สถึงไฟไหม้ มาให้ทุกคนได้ศึกษากันดูครับ

       ทำไมรถติดแก๊สถึงไฟไหม้ นั่นเป็นเพราะ
       การติดตั้งแก๊สจะมีการตัดปั้มน้ำมันออก เวลาที่เครื่องยนต์ทำงานด้วยแก๊สหัวฉีดที่ติดกับเครื่องยนต์จะไม่มีน้ำมันมาเลี้ยง ซึ่งทำให้หัวฉีดนั้นจะร้อนมาก เมื่อใช้แก้สไปนานๆ ยิ่งถ้ารถบางคันไม่ได้ใช้น้ำมันเลย หรือใช้แค่ตอนที่สตาร์ทเครื่องเท่านั้น จะทำให้ลูกยางที่ปลายหัวฉีดเสื่อมเร็ว (แข็งหรือแตกร้าว)  เมื่อถึงวันหนึ่งในระหว่างที่กำลังเดินทางด้วยแก๊สอยู่แล้วแก๊สหมดขึ้นมา ก็ต้องใช้น้ำมัน คราวนี้ !! ลูกยางหัวฉีดที่เสื่อมสภาพ จะมีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วออกมา และหากบังเอิญมีประกายไฟจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานอยู่ เช่น ไดชาร์จ จานจ่าย สายหัวเทียนที่ไฟรั่ว คอล์ย หรือความร้อนจากท่อไอเสีย แคตตาไลท์ติกที่มีความร้อนมาก จะทำให้น้ำมันที่รั่วออกมา ระเหยกลายเป็นไอ และมีโอกาสติดไฟได้ จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้
       สาเหตุที่ช่างติดแก๊สต้องตัดปั้มน้ำมันออกเป็นเพราะ
 1. ในการติดตั้งแก๊สรถยนต์บางรุ่น การตัดปั้มจะง่ายกว่าตัดหัวฉีด
 2. ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์รุ่นเก่าๆ ที่หัวฉีดจะปิดน้ำมันไม่ค่อยสนิท แล้วน้ำมันรั่วผ่านช่องว่างเข็มหัวฉีดเข้าไปเผาไหม้ผสมกับแก๊ส ทำให้เจ้าของรถยนต์บ่นว่าใช้แก๊ส แล้วทำไมน้ำมันถึงหายไปด้วย นั่นแหละครับ ช่างถึงต้องตัดปั้มน้ำมันออก
 3. บางครั้งช่างไม่สามารถจูนแก๊สได้ จึงมีน้ำมันเข้ามาผสม
       เพราะฉะนั้นรถยนต์ที่ใช้แก้ส ควรหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ และควรเข้าเช็คสภาพกับศูนย์บริการตามยี่ห้อรถของคุณ ตามระยะที่กำหนด

พอทราบถึงสาเหตุที่ว่า ทำไมรถติดแก๊สถึงไฟไหม้กันแล้วใช่มั้ยครับ

       แล้วจะมีข้อแนะนำอย่างไร มาดูกันครับ 
 1.ถ้าหากต้องการใช้ก็ให้เลิกใช้น้ำมันไปเลย หรือไม่ก็..
 2. ถ้ายังอยากใช้น้ำมันด้วย ในขณะที่สตาร์ทรถก่อนออกจากบ้าน หลังจากที่สตาร์ทด้วยน้ำมันเสร็จแล้ว ให้มาเปิดฝากระโปรงรถ ตรวจสอบจุดรั่ว ทุกๆวัน
 3. ถ้าหากคิดว่าจะเข้าบ้านแล้ว ขากลับบัานให้ใช้น้ำมันอย่างเดียว ขณะดับเครื่องก็ดับเครื่องด้วยน้ำมันเช่นกัน

       หากตอนที่สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยนำ้มันแล้ว ให้ออกมานอกรถ ถ้าได้กลิ่นน้ำมัน ให้เปิดฝากระโปรงเพื่อตรวจดูจุดที่น้ำมันรั่ว ควรหมั่นเปิดฝากระโปรงตรวจดูการรั่วทุกๆวัน ควรอุ่นเครื่องด้วยน้ำมันก่อน แล้วจึงออกเดินทาง
เคยสังเกตไหมคับว่า รถแท็กซี่ที่ติดแก๊ส ไม่ค่อยจะมีข่าวไฟไหม้มาให้เห็นกันบ่อยๆ นั่นเป็นเพราะว่า เค้าเลิกใช้น้ำมันนั่นเองคับ นอกจากว่ารถจะชนกันแรงจิงๆถึงจะมีไฟไหม้ออกมาให้เห็น. ไฟไหม้รถแก๊สมักมีสาเหตุมาจากตอนที่ใช้น้ำมันนั่นเองครับ หายสงสัยกันหรือยังครับว่า ทำไมรถติดแก๊สถึงไฟไหม้


---------------------------------------------------------
   
     

น้ำยาหล่อเย็น

    ขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน น้ำยาหล่อเย็นย่อมเกิดความร้อน น้ำยาหล่อเย็นที่ไหลเวียนอยู่ในเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ระบายความร้อน และป้องกันชิ้นส่วนที่เป็นโลหะของระบบหล่อเย็นอย่างหม้อน้ำไม่ให้เป็นสนิม ซึ่งน้ำยาหล่อเย็นนี้มีทั้งของแท้ที่มาจากศูนย์บริการ และของทั่วๆไปตามห้างร้านต่างๆ ก็จะมีทั้งของแท้และของเทียมปะปนกันไป แน่นอนว่าทั้งของแท้และของเทียมย่อมมีประสิทธิการทำงานที่ต่างกันอย่างแน่นอน บทความนี้จะพาทุกท่านมาศึกษาเกี่ยวกับน้ำยาหล่อเย็นเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติกับรถยนต์ได้ถูกวิธีครับ

น้ำยาหล่อเย็นอยู่ในปริมาณที่เต็ม
   คุณสมบัติของน้ำยาหล่อเย็นคือ ป้องกันการเเข็งตัวยังช่วยป้องกันไม่ใหห้น้ำในระบบหล่อเย็นกลายเป็นน้ำแข็งเมื่อถึงหน้าหนาว และเมื่อผ่านการใช้งานไปซักระยะน้ำยาหล่อเย็นจะเสื่อมสภาพปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นที่เกิดขึ้น ปริมาณสารยับยั้งการเกิดสนิมที่ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพป้องกันการกัดกร่่อนและเกิดสนิมด้อยลง เพราะหม้อน้ำของรถยนต์โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ นิยมทำจากอลูมีเนียม ซึ่งสามารถเกิดตะกรันและเกิดการกัดกร่อนได้ง่าย สังเกตได้จากการลองถอดท่อยางที่ต่อจากหม้อพักน้ำดูก็ได้ครับ จะพบว่ามีคราบและร่องรอยของการเกิดตะกรัน ในบางคันอาจถูกกัดกร่อนจนผุแหว่ง ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันของหม้อน้ำและทางเดินน้ำ อันจะนำไปสู่ปัญหาของการระบายความร้อน ทำให้เกิดการ โอเวอร์ฮีท ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นตามระยะเวลาที่เหมาะสม

อายุในการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 2 ปี


หน้าที่หลักๆของน้ำยาหล่อเย็นคือ
   1.ป้องกันน้ำในระบบแข็งตัวเป็นน้ำแข็งในจังหวะสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ๆ (เมืองนอกที่อากาศติดลบทั้งหลาย)
   2.เพิ่มจุดเดือนน้ำ คือชลอการละเหยของน้ำในระบบหล่อเย็นเวลาเครื่องยนต์ร้อนจัด (ข้อนี้สำหรับเมืองร้อนด้วย)
เพราะเวลาน้ำเดือดน้ำจะระเหยกลายเป็นไอ ลองต้มน้ำในหม้อดูสิครับ น้ำเปล่าเริ่มระเหยเป็นไอที่ 100C ํ
ถ้าผสมน้ำยาก็จะระเหยที่ 105 / 110  / 115 องศาเซลเซียส ....ตามสัดส่วนการผสม...
   3.ป้องกันการเกิดสนิม ตะกอน พอมีสนิมก็ผุ กร่อน.มีตะกอน.(ลดความเสี่ยงในการอุดตันในหลอดน้ำที่รังผึ้งหม้อน้ำ)
   4.หล่อลื่นปั๊มน้ำและซีลปั๊มน้ำ และวาล์วน้ำ (อันนี้เกี่ยวเนี่องจากข้อ3 เพราะไม่มีตะกรัน ตะกอน)

น้ำยาหล่อเย็น AUTOKOOL เป็นน้ำยาหล่อเย็นแบบผสมสำเร็จรูป ซึ่งมีอัตราความเข้มข้นในอัตราส่วน 50:50 จึงมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนสูง
เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพการจราจรในเมืองไทย ที่เครื่องยนต์มีการทำงานอยู่ในอุณหภูมิที่สูงอยู่ตลอดเวลา และต้องการการระบายความร้อนเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ


ถ้าหากรถของท่านมีมีน้ำยาหล่อเย็นเป็นลักษณะนี้ต้องรีบทำการเปลี่ยนด่วนเลยครับ ถือว่าอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก แต่ถ้ายังอยู่ในระหว่างขีด FULL กับขีด LOW ก็ถือเป็นเรื่องปกตินะครับ


ของแท้จะมีลักษณะเป็นสีชมพู
   น้ำยาที่เป็นของแท้จะมีสีชมพู แต่ถ้าหากว่าใช้ไปนานๆแล้ว สีของน้ำยาหล่อเย็นจะค่อยๆคล้ำเป็นสีชมพูปนดำ


   การเติมหรือการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีปริมาณน้ำที่ผสมเกินสัดส่วน หรือใช้น้ำธรรมดาแทนน้ำกลั่นจะมีผลต่อประสิทธิภาพการระบายความร้อน ทำให้เครื่องยนต์ระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าที่ควรร ผลที่ตามมาคือ เครื่องยนต์เป็นสนิม และน้ำเกิดการแข็งตัว  น้ำยาหล่อเย็นที่ไม่ได้มาตรฐานนอกจากจะมีประสิทธิภาพระบายความร้อนและปกป้องเครื่องได้ไม่ดีเท่ากับน้ำยาหล่อเย็นของแท้แล้ว ผู้ใช้ยังต้องคอยเติมหรือเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นอยู่บ่อยๆ เพราะการที่ใช้น้ำยาหล่อเย็นของที่แท้ที่ได้มาจากศูนย์บริการนั้น ทำให้ไม่ต้องคอยเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นอยู่บ่อยๆ และประหยัดค่าดูแลรักษาในระยะยาวไปได้เยอะเลยครับ

เช็คที่ปัดน้ำฝน

วิธีการตรวจเช็คที่ปัดน้ำฝน
  
   รถยนต์ทุกคันย่อมต้องมีที่ปัดน้ำฝนเพื่อที่เวลาฝนตก เราก็จะมีที่ปัดน้ำฝนคอยปัดกระจกหน้ารถให้เราสามารถมองเห็นเส้นทางขณะขับขี่ได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าขอบยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ การปัดน้ำฝนย่อมทำให้ปัดน้ำฝนได้ไม่เต็มที่ คือ ปัดแล้วน้ำออกไม่หมดในแต่ละครั้ง ปัดแล้วยังมีทางน้ำติดอยู่ที่กระจกเป็นเหตุให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน อาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเราจะมีวิธีเช็คที่ปัดน้ำฝนของเราอย่างไรว่าที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์ของเราเสื่อมหรือยัง

 ใบปัดน้ำฝนประกอบด้วยก้านปัดที่เป็นโลหะมีขอบยางติดอยู่ หน้าที่คือ ใช้ปัดน้ำ ปัดฝุ่น หรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนกระจกหน้าเพื่อวิสัยทัศที่ดีในการขับรถขณะฝนตก

               วิธีเช็คที่ปัดน้ำฝน
1.เวลาที่ที่ปัดน้ำฝนกำลังทำงาน จะทิ้งรอยครูดบนกระจก
2.ปัดน้ำฝนแล้วน้ำฝนออกไม่หมด ยังทิ้งคราบน้ำเกาะบนกระจกอยู่

  อายุการใช้งานของขอบยางปัดน้ำฝนจะมีอายุประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีนะครับ

และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผ่านการใช้งาน แต่ยางปัดน้ำฝนจะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา เนื่องจากการโดนแสงแดด และก้านใบปัดยังจะเป็นสนิม และโค้งงอผิดรูป ดังนั้นจึงควรเปลียนใบปัดน้ำฝนเป็นระยะเพื่อการใช้งานที่เหมาะสม

มีข้อดีที่สำคัญในการเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนคือ
1.ความปลอดภัยขณะขับรถ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตก ถึงตกหนัก ถ้าหากเราเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพ ย่อมเพิ่มความปลอดภัยในการขับรถ
2.ลดเสียงดังรบกวนจากการเสียดสีเมื่อเปิดใบปัดทำงาน นำมาซึ่งความสบายใจเมื่อขับรถขณะฝนตก



ข้อแนะนำที่อยากฝากไว้คือ แนะนำให้เข้าศูนย์บริการตามยี่ห้อรถที่คุณขับ เพื่อจะได้ใบปัดน้ำฝนของแท้ที่ได้มาตรฐาน และเหมาะกับรุ่นรถของคุณเพราะการใช้ของเทียมอาจทำให้เกิดปัญหาอย่างเช่น

1.มองเห็นทางไม่ชัด
2.มีเสียงดังขณะปัดน้ำฝน
3.กระจกเป็นรอย
สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความผิดหวัง ทำให้ต้องเสียเงินซื้อใหม่


สิ่งที่ไม่สมควรทำกับที่ปัดน้ำฝน
  อากาศที่ร้อนๆแบบนี้ เป็นสาเหตุใหญ่ๆ ของการเสื่อมสภาพยางปัดน้ำฝน ความร้อนที่สะสมบนบานกระจกหน้า ทำให้ตัวยางปัดน้ำฝนที่ต้องสัมผัสโดยตรงย่อมมีอาการเสื่อมเป็นเรื่องธรรมดา และด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้คนคิดว่าดการยกใบปัดน้ำฝนขึ้นซะ จะทำให้ยางปัดน้ำฝนไม่ต้องไปกระทบกับความร้อนบนกระจกหน้า!!
เป็นวิธีที่ไม่สมควรทำ
แต่ขอบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิด เพื่อแลกกับใบปัดน้ำฝนคุณภาพดีอันใหม่ โดยหารู้ไม่ว่าการยกก้านใบปัดน้ำฝนมันดันส่งผลให้สปริงยกของมันเกิดอาการล้าเร็วขึ้น ทำให้แรงกดของใบปัดน้ำฝนกับกระจกหน้าลดลง

   สำหรับราคาของใบปัดน้ำฝนต่อการใช้งาน ถือว่าคุ้มค่ากับการมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ การยกก้านใบปัดน้ำฝนขึ้นนั้นจึงกลายเป็นเรื่องได้ไม่คุ้มเสีย เพราะหากเกิดความเสียหายบริเวณสปริงยกก้านขึ้นมา ราคามันย่อมแพงกว่าที่จะซื้อเพียงแค่ยางปัดปัดน้ำฝนด้วยครับ


   ดังนั้นแล้ว ถ้าหากเห็นว่ายางปัดน้ำฝนเสื่อมคุณภาพแล้ว ควรจะรีบเปลี่ยนใหม่ อย่ายกก้านปัดน้ำฝนขึ้น ขอเน้นย้ำว่าให้เป็ของแท้จากศูนย์ที่ตรงตามยี่ห้อรถของคุณนะครับ  อย่ารอให้การมองเห็นไม่ชัดเจนมาทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นะครับ

***หวังเป็นอย่างยิิ่งว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับรถยนต์ของคุณ และความปลอดภัยในขณะขับขี่ของตัวคุณเองนะครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------


แหล่งข้อมูล บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด



ตรวจแอร์ในรถยนต์

   สมัยนี้รถยนต์ทุกคันย่อมต้องมีระบบปรับอากาศที่ช่วยให้ภายในรถของคุณมีความเย็นชุ่มฉ่ำตลอดการเดินทาง แต่เมื่อถึงจุดๆนึง ระบบปรับอากาศนี้อาจทำให้คุณต้องเสียสุขภาพเพราะเนื่องจากเมื่อระบบปรับอากาศถูกใช้งานไปนานๆ ไส้กรองอากาศแอร์ในรถยนต์ย่อมต้องมีการเสื่อมสภาพ


   การตรวจแอร์ในรถยนต์ควรตรวจที่ไส้กรองอากาศครับเพราะ
ไส้กรองอากาศแอร์ทำหน้าที่ กรองฝุ่นละออง เกสร และอนุภาคอื่นๆ ที่อยูภายนอก ก่อนที่จะเข้ามาในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังทำหน้าคอยฟอกอากาศที่ไหลเวียนอยู่ในรถให้ดีได้อีกระดับหนึ่ง
  ไส้กรองอากาศที่เสื่อมคุณภาพแล้ว และไส้กรองอากาศแบบธรรมดาอาจก่อให้เกิดสิ่งที่ตามมาเหล่านี้คือ

1.แอร์ทำงานไม่ปกติ
2.อากาศที่ปล่อยออกมาไม่บริสุทธิ์พอ ซึ่งอาจทำให้จามอยู่บ่อยๆบางคนถึงขั้นเป็นหวัด และอาจทำให้เป็นภูมิแพ้ได้
3.อาจมีเสียงแปลกๆเกิดขึ้นในขณะเปิดการใช้งานของระบบปรับอากาศ


วิธีการดูแลรักษาแอร์ในรถยนต์ที่ถูกต้อง

1. ทุกครั้งก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรตรวจดูสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ว่าอยู่ใน ลักษณะใด เปิดหรือปิด ถ้าหากเปิดอยู่ให้กดปิดก่อน ก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องยนต์นะครับ
เพื่อไม่ให้ คอมเพรสเซอร์ต้านทานการหมุนของเครื่องยนต์ในขณะสตาร์ท

2. เมื่อเครื่องยนต์ติดเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดสวิตช์พัดลมของเครื่องปรับอากาศก่อน โดยปรับไปที่ตำแหน่ง ความเร็วสูงสุด ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อไล่ลมร้อนจากช่องปรับอากาศ
หลังจากนั้นจึงเปิดสวิตช์ ควบคุมคอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ปรับสวิตช์ที่ใช้ปรับระดับความเย็นไปที่ตำแหน่งเย็นสุด แล้วจึง ปรับสวิตช์ควบคุมความเร็วของพัดลม
และสวิตช์ควบคุมระดับความเย็นลงสู่ตำแหน่งที่สัมพันธ์กับพัดลม และปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามต้องการ

3. เมื่อเลิกใช้งานก่อนที่จะดับเครื่องยนต์ ควรปิดสวิตช์คอมเพรสเซอร์ (ปุ่ม A/C) ก่อนเพื่อหยุดการทำ งานของคอมเพรสเซอร์ แต่ยังคงเปิดสวิตช์พัดลมแอร์ไว้ในตำแหน่งที่แรงสุดเพื่อให้พัดลมแอร์เป่าลม
ผ่านตัวคอยล์เย็น หรือที่รู้จักกันดีว่า “ตู้แอร์” ซึ่งตัวคอยล์เย็นนี้จะมีสภาพที่เปียกชื้น และมีหยดน้ำมาเกาะอยู่ในขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน และเพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากตัวคอยล์เย็นให้เร็วขึ้น
วิธี นี้เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดความอับชื้นซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์มีกลิ่น เหม็นอับ รวมทั้งยังช่วยยืดอายุ การใช้งานของตัวคอยล์เย็นให้ผุกร่อนช้าลงกว่าเดิม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้นครับ

   สำหรับปัญหาการเกิดกลิ่นอับที่ออกมาจากช่องปรับอากาศสามารถแก้ไขได้โดย จอดรถในที่โล่งแจ้ง ที่แดดส่องได้อย่างทั่วถึง จากนั้นเปิดประตูรถให้หมดทุกบาน
จอดรถตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่ากลิ่น อับจะจางหายไป แต่ถ้ากลิ่นอับยังคงรุนแรงเหมือนเดิม ควรนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการใกล้บ้านได้เลยครับเพื่อดูต้นตอที่แท้จริงและขจัดกลิ่นอับที่ถูกต้อง แต่การจะลดปัญหาเรื่องกลิ่นต่างๆในรถยนต์ลงไปได้อีกวิธีนึงนั่นก็คือ พยายามอย่าเอาของกินจำพวกที่มีกลื่นแแรงเข้ามากินในรถเป็นประจำ เพราะกลิ่นเหล่านี้มันจะถูกสะสมไว้ในรถ เมื่อถึงเวลานั้นการจะกำจัดกลิ่นอับในรถจะทำได้ยากขึ้นครับ

  





   ไส้กรองอากาศของแท้ช่วยให้บรรยากาศในห้องโดยสารดีขึ้นคือ
1.ช่วยกรองฝุ่นละออง และอนุภาคต่างๆ  อากาศภายในห้องโดยสารจึงสะอาด ปราศจากสิ่งไม่พึงประสงค์
2.ช่วยป้องกันและยืดอายุการใช้งานชิ้นส่วนต่างๆในระบบปรับอากาศ
3.ไส้กรองอากาศแอร์แท้ยังช่วยป้องกันการสะสมของอันตรายต่างๆที่ทำให้ชิ้นส่วนต่างๆในระบบปรับอากาศเสื่อมสภาพ
   ส่วนอายุของไส้กรองอากาศแอร์ในรถยนต์ จะอยู่ที่ประมาณ 40,000 กิโลเมตร ภายใต้การใช้งานที่ปกตินะครับ

    หัวใจของการตรวจแอร์ในรถยนต์ คือ ไส้กรองอากาศแอร์นั่นเองครับ เพราะไส้กรองอากาศแอร์จะทำหน้าที่คอยกรอง ฝุ่นละออง เกสร และอนุภาคอื่นที่อยู่ภายนอก ก่อนที่จะเข้ามาในห้องโดยสารครับ เพราะฉะนั้นแล้วการตรวจแอร์ในรถยนต์จึงต้องให้คตวามสำคัญกับไส้กรองอากาศแอร์ให้มากๆนะครับ
เวลาที่นำรถเข้าศูนย์บริการ ก็ให้เจ้าหน้าช่วยดูไส้กรองอากาศแอร์ให้นะครับ ว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนหรือยัง ซึ่งโดยปกติตามคู่มือแล้ว ไส้กรองอากาศแอร์ในรถยนต์จะมีอายุอยู่ที่  40,000 กิโลเมตร


***หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยดูแลอากาศในรถของท่านให้กลับมาสดชื่นเหมือนเพิ่งซื้อรถมาใหม่นะครับ  ขอบคุณครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ข้อมูลจาก โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย






แบตเตอรี่รถยนต์

คำแนะนำเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์


   โดยทั่วไปแล้วหลายๆท่านคิดว่าตราบใดที่ยังสตาร์ทรถติด ก็ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ จึงนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่าง เมื่อวันดีคืนดีรถเกิดสตาร์ทไม่ติด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือ พ่วงแบตจากรถคนอื่น เป็นวิธีที่สุดฮิต แต่ถ้าไม่มีรถใครให้พ่วงหละ ก็คงต้องโทรเรียกให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนให้ ซึ่งเราก็จะต้องเสียค่าวิ่งให้ช่างอีก แทนที่จะเสียแค่ค่าแบตอย่างเดียว ถ้าเป็นวันหยุดก็คงไม่เครียดอะไรมาก แต่ถ้าเป็นวันที่ต้องขับรถไปทำงานกลายเป็นว่าต้องไปทำงานสายเลยก็มี หรือแม้แต่ในกรณีอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะหันมาใส่ใจกับแบตเตอรี่รถยนต์ขึ้นมาอีกนิด เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง

   โดยทั้วไปแล้วแบตเตอรี่รถยนต์ จะทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา เพราะแบตเตอรี่กำลังทำงานในขณะที่
1.เปิดไฟหน้ารถ
2.เปิดเครื่องปรับอากาศ
3.สตาร์ทรถยนต์
4.ฟังวิทยุหรือซีดี หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ

   ชนิดของแบตเตอรี่ในรถยนต์

แบตเตอรี่ที่มีขายกันในท้องตลาดที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปพอจะแยกได้เป็น ๒ ชนิดคือ 

๑. แบตเตอรี่แห้งคือแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องน้ำกลั่นนั่นแหละครับ หลายๆคนยังเข้าใจว่าแบตเตอรี่แห้งคือมันแห้งจริงๆ แต่ความจริงแล้วแบตแห้งที่นำมาใช้กับรถยนต์ยังคงมีประเภทที่มีของเหลวอยู่ภายในไม่ว่าจะเป็นแบบตะกั่ว-กรดที่ใช้แคดเมี่ยมและตะกั่วในแผ่นเซลล์หรือพวกที่ใช้สารละลายอัลคาไลน์หรือที่รู้จักกันในชื่อนิเกิล-แคทเมี่ยมนั่นเอง แต่ที่นิยมและใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากคือแบบตะกั่ว-กรดเพราะมีราคาถูกกว่า 

-ข้อดีคือไม่ต้องเติมน้ำกลั่น-สะดวกต่อการใช้งาน-การปล่อยทิ้งไว้ในสภาพไม่มีไฟประจุสามารถอยู่ได้ในระยะเวลาที่นานกว่าแบตธรรมดา-ปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้นจากปฎิกริยาทางเคมีภายในมีน้อย 

-ข้อที่ไม่ค่อยดีนักคือราคาแพงกว่าแบตธรรมดา-เป็นระบบปิดที่มีรูหายใจแบบทางเดินทางเดียวขนาดเล็กถ้ามีการอุดตันอาจจะเกิดปัญหาด้านแรงดันภายในหรือความร้อนโดยเฉพาะระบบประจุที่รุนแรงเนื่องจากเกิดปัญหาในระบบการประจุ-แบตเตอรี่แบบที่ปิดผนึกแบบไม่ใช้อีเล็กโตรไลท์ถ้าซิลของช่องหายใจเกิดหลุดจะเกิดการเสียหายเนื่องจากมีความชื้นเข้าไป 

๒. แบตเตอรี่ที่ต้องเติมน้ำกลั่น โครงสร้างมันก็เหมือนกับแบตแห้งนั่นแหละเพียงแต่มันใช้อีเล็กโตรไลท์หรือกรดซังฟุริคเจือจางด้วยน้ำกลั่นบรรจุอยู่เพราะจะว่ากันตามจริงแล้วแบตเตอรี่แบบแห้งและแบบที่ต้องเติมน้ำกลั่นมันก็ต่างกันแค่วัสดุที่ใช้ทำแผ่นธาตุเท่านั้นเอง 

-ข้อดีคือราคาถูก-ทนทานต่อการรับโหลดทั้งการประจุและคายประจุ 

-ข้อที่ไม่ค่อยดีนักคือการรั่วหกของสารละลายจากภายในที่มีส่วนผสมของกรดสามารถทำลายสีของรถได้-ต้องคอยดูแลการประจุและการเติมน้ำกลั่นอยู่เสมอไม่ว่าจากการระเหยหรือการรั่วหก 

   แบตเตอรี่รถยนต์จะเสื่อมลงตามเวลาซึ่งเกิดจากการชาร์จและจ่ายพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่เฉพาะความถี่ในการใช้งาน หรือระยะทางที่ขับ แต่ยังขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานรถและสภาพแวดล้อมขณะขับขี่

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์ทำงานหนักขึ้น!!


  ขับรถอยู่ดีๆรูปแบตเตอรี่ที่หน้าปัดติดขึ้นมาทำไงดี 
     แม้ว่ารูปแบตเตอรี่บนหน้าปัดนั้นไม่ได้หมายถึงแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงระบบการประจุหรือไดชาจน์ด้วย  แถมรถบางรุ่นยังพ่วงเรื่องการทำงานของอุปการณ์ไฟฟ้าทั้งระบบเข้ามาอีก แต่เมื่อได้ก็ตามที่บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ติดแล้วไฟรูปแบตเตอรี่ไม่ดับหรือกระพริบหรือขับรถอยู่ไฟมันติดหรือกระพริบขึ้นมาโอกาสที่สาเหตุจะเกิดกับตัวแบตเตอรี่นั้นมีมากกว่าตัวอื่น รองลงไปเป็นไดชาจน์ ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ควรนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการหากอยู่ไกลจากศูนย์บริการจริงๆ ก็เข้าร้านไดนาโมทั่วๆไปโดยทันที  เพราะรถของท่านอาจจะไม่สามารถเครื่องยนต์ให้ติดได้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ก่อนที่ช่างจะวิเคราะห์หรือทำการเปลี่ยนแบตให้ท่านก็ควรแน่ใจว่าแบตตัวนั้นผ่านการใช้งานมาแล้วอย่างน้อย ๑ปี หรือ 20,000 กิโลเมตรไปแล้ว ถ้าอายุของแบตลูกนั้นเกิน ๒ ปีไปแล้วโอกาสความน่าเชื่อถือว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือเสียหรือเก็บไฟไม่อยู่ค่อยน่าเชื่อถือกันหน่อย ยิ่งถ้าเราเป็นคนดูแลแบตเตอรี่ที่ดีหลังจากอายุของแบตเกิน ๒ปีไปแล้วก็ควรคอยสังเกตุไฟรูปแบตเตอรี่บนหน้าปัดอยู่เสมอด้วย 
สารยืดอายุแบตเตอรี่ 
      มีบ่อยๆที่มีการโฆษนาสารที่เติมเข้าไปในแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำกลั่นว่าสามารถยืดอายุงานของแบตเตอรี่ได้อีกจากเดิม๒-๓ปีสามารถยืดออกไปอีกเป็นปีหรือมากกว่านั้น ลองย้อนถามตัวเองนิดนึงก่อนที่จะจ่ายเงินว่า ถ้ามันยืดอายุงานได้ขนาดนั้นจริงแล้วสมมุติคุณเป็นเจ้าของโรงงานแบตเตอรี่แต่เพิ่มต้นทุนอีกเล็กน้อยแล้วเพิ่มราคาแบตเตอรี่ออกใบรับประกันอายุงานแบตเตอรี่ให้ด้วย คิดดูเองว่าแบตยี่ห้อนั้นจะโด่งดังแค่ไหน หรือลองถามคนขายดูซักนิดว่าสารที่ขายนั้นได้รับการรับรองจากสถาบันไหนในบ้านเราหรือเปล่า ถ้ามีการรับรองว่ายืดอายุงานได้จริงโดยสถาบันในบ้านเราที่ตรวจสอบได้ค่อยจ่ายเงินซื้อมาใช้ครับ 

เมื่อใด?? จะถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ 

      1.ใช้งานมานานกว่าปีครึ่งถึง 2 ปี 
      2. ไฟหน้าไม่สว่างเหมือนแต่ก่อน 

      3. กระจกไฟฟ้าเปิด-ปิด ช้าลงกว่าแต่ก่อน
      4.ในตอนเช้าเครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก รอบของเครื่องไม่พอเพียง
      5.ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยครั้ง


อาการของแบตเตอรี่รถยนต์และแนวทางการป้องกัน 

         - ไฟอ่อนหรือไฟหมด (วัดถพ.น้ำกรดทุกช่องต่ำกว่า1.250 / วัดไฟ ไม่ถึง 12 โวลท์)ห้ามเปลี่ยนถ่ายน้ำกรด เปิดไฟทิ้งไว้นาน อัดไฟ ด้วยกระแส 5-10 แอมป์ จนเกิดฟองก๊าซ อย่างเพียงพอ (วัด ถพ.น้ำกรดได้ 1.250 ทุกช่อง / วัดไฟ เต็ม 12 โวลท์)
         - ตรวจดู และ ปิดสวิทช์ไฟ ทุกครั้งหลังดับเครื่อง 
         - ไม่ได้ใช้แบตเตอรี่นาน ติดเครื่องยนต์อย่างน้อย อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง 
         - ไฟรั่วลงดิน ตรวจระบบไฟฟ้า และสายไฟ ตรวจระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ ทุกๆ 6 เดือน 
         - ไดนาโม ไดชาร์ทรถยนต์ชำรุด หรือไม่ทำงาน ซ่อมไดนาโม ไดชาร์ทรถ ยนต์ พร้อมกับอัดไฟ แบตเตอรี่ 
         - ขั้วต่อแบตเตอรี่ไม่แน่น หรือชำรุด ถอด ทำความสะอาด ด้วยน้ำร้อน ทาวา สลีน หรือเปลี่ยนขั้วใหม่ ดูแลแบตเตอรี่ ให้สะอาดเสมอ 
         - กำลังไฟแบตเตอรี่ ไม่พอเพียง อัดไฟ ด้วยกระแส 5-10 แอมป์ จนเกิด ฟองอากาศ อย่างเพียงพอ ลดอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้า ในรถยนต์ลง หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ ที่มีกำลังไฟมากขึ้น ตามกำลังเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ ติดตั้ง 
         - อัดไฟไม่เต็ม อัดไฟใหม่ ตรวจดูฟองก๊าซในระหว่างอัดไฟ (ถพ. 1.250, วัดไฟ 12 โวลท์) แบตเตอรี่เสื่อม เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่



ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ ที่มีกำลังมากขึ้น (สำหรับทำหน้าที่หลายอย่าง) 

         
1. เมื่อมีการเพิ่มปริมาณไฟฟ้าส่องสว่างและติดเครื่องเสียงเพิ่มขึ้น 
         2. ใช้รถเฉพาะกลางคืนและเปิดไฟส่องสว่างเป็นเวลานานๆๆ 
         3. เปิดแอร์เป็นเวลานานๆ 
         4. ใช้รถทั้งกลางวัน-กลางคืน 
         5. ใช้เครื่องมือสื่อสาร 
         6. ใช้รถน้อย (จอดรถไว้เป็นเวลาหลายวัน) หรือใช้รถเฉพาะวันหยุด


  ถ้ารถของคุณกำลังมีอาการเหล่านี้อยู่ แนะนำให้นำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อรับการตรวจสภาพ และเลือกใช้แบตเตอรี่แท้จากทางศูนย์บริการตามยี่ห้อรถของท่าน เพื่อจะมั่นใจได้ว่า  ได้แบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับรถของคุณ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาอีกในภายหลัง















 ***หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลนี้จะมีสว่นช่วยในการดูแลรถยนต์ของท่านเป็นอย่างดี ขอบคุณครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด